โภชนาการและสุขภาพ; การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพและการมีอายุที่ยืนยาว!

🧘🏃 ฟิตหุ่นให้เฟิร์มและมีสุขภาพดีอย่างไรให้ชีวิตดีมีความสุข♦ 🏋️‍♀️
Post Reply
User avatar
Hуgιєια
Posts: 2
Joined: Fri Feb 04, 2022 12:13 pm

โภชนาการและสุขภาพ; การเลือกอาหารเพื่อสุขภาพและการมีอายุที่ยืนยาว!

Post User avatar by Hуgιєια »


♦ บทสรุปของอาหารในทุกมื้อ : Purines และ Uric Acid - ผลกระทบที่จะได้รับต่อสุขภาพของคุณ![β][ι][κ]

กรด & ด่าง : วิธีหลีกเลี่ยงโรคความเสื่อมต่างๆ (สืบเนื่องจากกรดยูริกในเลือดสูง ส่งผลต่อความเจ็บป่วยโดยทั่วๆไป) โดยการเลือกอาหารที่จะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้ดี

Image
คุณกลายเป็นสิ่งที่คุณกิน: เลือกอย่างชาญฉลาด!

พิวรีนเป็นส่วนประกอบสำคัญของ DNA และ RNA (กรดนิวคลีอิก อะดีนีน กัวนีน ไฮโปแซนทีน แซนทีน) และพบได้ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด อาจเป็นโมเลกุลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในธรรมชาติ
แหล่งที่มาของ purines ในร่างกายสิ่งมีชีวิตมาจาก2แหล่งคือภายในและจากภายนอก ภายใน คือเกิดจากกระบวนการทางร่างกาย เช่น การสลายเซลล์ และภายนอกคือจากอาหารที่เรากินเข้าไป
ในระหว่างกระบวนการเมตาบอลิซึม พิวรีนเหล่านี้จะแตกตัวเป็นกรดยูริก (C5H4N4O3) ซึ่งจำเป็นต้องถูกขับออกมา มิฉะนั้นจะก่อตัวเป็นผลึกในบริเวณต่างๆ เช่น ไต ข้อต่อ และเนื้อเยื่ออ่อน
หากมีกรดยูริกสะสมในร่างกายที่เกิดจากการย่อยสลายเนื้อสัตว์ที่มีโปรตีนสูงๆ ภาวะกรดยูริกในเลือดสูงจะตามมาซึ่งอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ได้ [γ][Δ]


ผลที่ตามมาจากค่า pH ที่ลดลง
(จากค่าปกติ pH 7.4 )


ผลที่ตามมาของภาวะความเป็นกรดในเลือด
ที่เกิดจากขบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายหลังจาก
ได้รับอาหาร จะทำให้ไตทำงานหนักเกินไป
ซึ่งอาหารที่อุดมด้วยพิวรีน
จะถูกเผาผลาญเป็นกรดยูริก!


มีงานเขียนมากมายเกี่ยวกับอาหารที่เป็นกรด/อัลคาไลน์ และมีหลักฐานเพียงพอว่าอาหารที่เป็นด่างโดยรวมมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพและการฟื้นตัวจากโรค
แต่อย่างไรก็ตาม แนวทางที่สมดุลนั้นเป็นสิ่งที่แนะนำและจำเป็นเช่นกัน
[ι]

อย่างแรกคือเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดสภาวะความเป็นกรดในร่างกาย และอย่างที่สอง กรดมีความจำเป็นในการทำงานของขบวนการเมตาบอลิซึมของร่างกาย กรดในปริมาณที่เหมาะสมพอดีจึงช่วยให้กระบวนการทำงานของร่างกายปกติสมดุลย์

ค่ากรดยูริกและ ค่าของ PRAL (Potential Renal Acid load ; เป็นค่าที่ใช้วัดศักยภาพของสารใดสารหนึ่งที่เมื่อผ่านไตแล้วจะให้ค่าความเป็นกรดมากน้อยแค่ไหน) ด้านล่างนี้เป็นเพียงแนวทางในการเลือกอาหาร (โดยนำค่านี้มาวัดศักยภาพของอาหารแต่ละชนิดที่เมื่อร่างกายย่อย และผ่านมาถึงไตแล้ว จะให้กรดหรือด่างมากน้อยแค่ไหน),การเพิ่มขึ้นหรือลดลง ของปริมาณกรดในไต โดยรวมแล้วอาจส่งผลเสียหรือเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร

• ปริมาณทั้งสองสามารถใช้เป็นแนวทางในการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีความเป็นกรดสูง และการเลือกอาหารที่มีความเป็นด่างมากขึ้น ซึ่งการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้แสดงให้เห็นว่า:
  • ควรลดสภาวะความเป็นกรดในไต [γ][ε]
  • ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์มากขึ้น: วิตามิน เกลือแร่ และไฟเบอร์ เพื่อสุขภาพที่ดี อายุยืนยาว และฟื้นฟูจากโรค [β][κ]
  • ปรับปรุงสมดุล K/Na โพแทสเซียม/โซเดียม ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพและการฟื้นตัวจากโรค [α]
  • การรับประทานอาหารที่เป็นด่างส่งผลให้ฮอร์โมนการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพและการฟื้นตัวจากโรคต่างๆ
  • ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว เพื่อป้องกันโรคหัวใจและโรคความเสื่อมอื่นๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด มะเร็ง โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคเบาหวาน [Δ]
  • ลดการบริโภคเกลือซึ่งนำไปสู่ความดันโลหิตสูง การแข็งตัวของหลอดเลือดแดง และโรคไต

♦ Selecting a more alkaline, healthy and balanced diet based on:

ผัก ปริมาณ PRAL กรดยูริก มก./100 กรัม
ผักโขม -14.0 61
แครอท -5.7 2.5
ฟักทอง -5.6 66.3
คื่นฉ่าย -5.2
แตงกวา -5.0 11.1
กะหล่ำปลีจีน ผักกวางตุ้ง -5.0 8.2
หัวไชเท้าตะวันออก -4.89
หัวไชเท้า -3.7
บรอกโคลี -3.6 81.8
แป้ง/คาร์โบไฮเดรต ปริมาณ PRAL กรดยูริก มก./100 กรัม
มันเทศ -8.15 20.1
มันฝรั่ง -6.08 7.5
ขนมปังโฮลวีต -3.55
สปาเก็ตตี้/พาสต้า 2.22
ข้าวกล้อง 2.3 43.7
ข้าวโอ๊ต 2.8
ข้าวฟ่าง 2.93
โปรตีน ปริมาณ PRAL กรดยูริก มก./100 กรัม
โปรตีนจากผักที่มีพื้นผิว แห้ง -10.58
ถั่ว -9.6
นมถั่วเหลือง -1.6 25.8
เต้าหู้ 2.25 23.3
ถั่วเลนทิล 3.5
เทมเป้ 5.7
ไขมันและน้ำมัน ปริมาณ PRAL กรดยูริก มก./100 กรัม
อะโวคาโด/น้ำมันอะโวคาโด [ζ][η][θ] -8.2
ถั่ว (เฮเซลนัท) -4.1
ถั่วลิสง -2.9
งา -0.17
น้ำมันงา 0.3
น้ำมันรำข้าว 0
เครื่องดืม ปริมาณ PRAL
น้ำแครอท -4.8
น้ำผักรวม -3.6
ชาเขียว -1.2
น้ำ 0
ของว่าง/ของหวาน/ผลไม้ ปริมาณ PRAL
ลูกเกด -21
อินทผลัม -11.9
อะโวคาโด -8.2
กล้วย -6.9
กีวีฟรุต -4.1
เฮเซลนัท -2.8
สับปะรด -2.7

[ζ] อะโวคาโด/น้ำมันประกอบด้วย:
ไขมันทั้งหมด: 14g/100g
* ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน: 1.8g/100g (Omega-6)
* ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว: 9.8g/100g (โอเมก้า-3)
(* ไขมันเหล่านี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้ [LDL])[η][θ]

♦ ปริมาณ กรด/ด่าง:


ค่า pH ของเลือดจะต้องคงที่ ที่ pH
ที่เป็นด่างเล็กน้อย 7.4
♦ ส่วนใหญ่เป็นการทำงานของไต แต่ยังเป็นหน้าที่ของปอดในการรักษา pH ของเลือดให้อยู่ในสภาวะที่เป็นด่างคงที่ มิฉะนั้น เมื่อเกิดภาวะกรดในเลือดสูง/ภาวะกรดยูริกในเลือดเกิน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ

(ในขณะที่เกณฑ์ปริมาณของ PRAL เป็นสิ่งที่ท้าทายเนื่องจากสมมติฐานที่ว่า การเพิ่มขึ้นของฟอสเฟตจะเพิ่มปริมาณ PRAL และควรเพิ่มการสูญเสียแคลเซียมในปัสสาวะและส่งผลให้สมดุลแคลเซียมในกระดูกติดลบ แต่ก็เป็นแนวทางที่มีประโยชน์ในการเลือกอาหารที่เป็นด่าง [α])


สูตร PRAL:
PRAL (mEq / 100 g) = 0.49 x โปรตีน (g/100 g) + 0.037 x ฟอสฟอรัส (mg/100 g) − 0.021 x โพแทสเซียม (mg/100 g) − 0.026 x แมกนีเซียม (mg/100 g) − 0.013 x แคลเซียม (มก./100 กรัม)

♦ การติดตามรายการอาหารตามตารางที่จัดเรียงตามการแปลงกรดยูริกระหว่างการเผาผลาญและปริมาณ PRAL

♦ ตารางที่สองด้านล่างจัดเรียงตามปริมาณ PRAL


• ปริมาณ PRAL เชิงลบ แสดงถึงอาหารที่เป็นด่าง ในขณะที่ปริมาณเชิงบวก ระบุถึงอาหารที่เป็นกรด (ค่านี้กล่าวถึงอาหารที่เมื่อถูกย่อยแล้วในร่างกาย) :
อาหาร พิวรีนทั้งหมด กรดยูริก มก./100 กรัม ปริมาณ PRAL
ตับไก่ 312.2 363.1 20.49
ผักชีฝรั่ง 288.9 341.3 -11.13
กุ้ง 273.2 321.1 12.56
ตับวัว 219.8 255.5 22.73
เรนโบว์ปลาเทราต์ 180.9 216.8 10.8
หอยนางรม 184.5 213.5 1.88
ปลาหมึก, ปลาหมึกหอก 160.5 190.0 9.37
เนื้อโคขุน 143.5 173.8 12.5
อกไก่ 141.2 171.8 16.5
หอย หอยแมลงภู่ หอยเชล 145.5 171.5 11.1
ปลาแมคเคอเรล 139.3 171.5 7.28
ปีกไก่ 137.5 168.1 13.93
ปลาหมึกยักษ์ 137.3 159.7 8.69
แซลมอน; กระป๋อง 132.9 159.7 14.0
แซลมอน 119.3 146.2 11.5
ทูน่ากระป๋อง 116.9 142.9 10.09
หมูยอ 113 137.8 7.9
ถั่ว 128 -9.6
ปลาคาร์พ 103.2 126.1 11.75
แกะ เนื้อแกะ 96.2 117.7 11.58
ลูกเกด 107 -21
บรอกโคลี 70 81.8 -3.6
ปลาแปรรูป; ลูกชิ้นปลา 67.6 80.7 7.72
เบคอน 61.8 75.6 16.56
หน่อไม้ 63.3 74 -8.0
กะหล่ำดอก 57.2 67.2 -1.3
มะเดื่อ 64 -4.88
งา 62 0.3
ไส้กรอกแฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ 49.8 60.5 10.6
มะเขือยาว 50.7 58.7 -3.4
ถั่วลิสง 49.1 57.1 6.2
ข้าวกล้อง 37.4 43.7 2.3
อินทผลัม 35 -11.9
ชีส 32 34.0
ขนมปังข้าวสาลีขาว 25.8 30.3 -3.55
ข้าวขัดมัน 25.9 30.3 1.7
นมถั่วเหลือง 22 25.8 -1.6
เห็ดหอมสด 20.8 24.4 -1.4
เต้าหู้ 20 23.3 2.25
อะโวคาโด 18.4 21.8 -8.2
กระเทียม 17 20.1 -2.6
มันเทศ 17 20.1 -8.15
สับปะรด 19 -2.21
ข้าวโพด 11.7 13.7 *
หน่อไม้ฝรั่ง 10.2 12 -2.2
แตงกวา 9.4 11.1 -5.0
กะหล่ำปลีจีน 7 8.2 -5.0
มันฝรั่ง 6.5 7.5 -6.08
กะหล่ำปลี 3.2 3.8 -4.3
มะเขือเทศ 3.1 3.7 -4.1
กล้วย 3 3.5 -6.9
แครอท 2.3 2.7 -2.0
แครรอท 2.2 2.5 -5.7
สตรอเบอร์รี่ 2.1 2.4 6.8
ไม่มีข้อมูลของกรดยูริก
ไอศกรีม 28.7
มะขามดิบ -11
โปรตีนจากเส้นใยผัก แห้ง dry -10.58
สาหร่ายทะเล -4.8
มะละกอ -4.03
มะม่วง -3.01

♦ Table sorted according to PRAL Score:

อาหาร พิวรีนทั้งหมด กรดยูริก มก./100 กรัม ปริมาณ PRAL
ลูกเกด -21
อินทผลัม -11.9
ผักชีฝรั่ง 288.9 341.3 -11.13
มะขามดิบ -11
โปรตีนจากเส้นใยผัก แห้ง dry -10.58
ถั่ว * * -9.6
อะโวคาโด 18.4 21.8 -8.2
มันเทศ 17 20.1 -8.15
หน่อไม้ 63.3 74 -8.0
กล้วย 3 3.5 -6.9
มันฝรั่ง 6.5 7.5 -6.08
แครรอท 2.2 2.5 -5.7
แตงกวา 9.4 11.1 -5.0
กะหล่ำปลีจีน 7 8.2 -5.0
มะเดื่อ -4.88
สาหร่ายทะเล -4.8
กะหล่ำปลี 3.2 3.8 -4.3
มะเขือเทศ 3.1 3.7 -4.1
มะละกอ -4.03
บรอกโคลี 70 81.8 -3.6
ขนมปังข้าวสาลีขาว 25.8 30.3 -3.55
มะเขือยาว 50.7 58.7 -3.4
มะม่วง -3.01
กระเทียม 17 20.1 -2.6
สับปะรด -2.21
หน่อไม้ฝรั่ง 10.2 12 -2.2
แครอท 2.3 2.7 -2.0
นมถั่วเหลือง 22 25.8 -1.6
เห็ดหอมสด 20.8 24.4 -1.4
กะหล่ำดอก 57.2 67.2 -1.3
งา 0.3
ข้าวขัดมัน 25.9 30.3 1.7
หอยนางรม 184.5 213.5 1.88
เต้าหู้ 20 23.3 2.25
ข้าวกล้อง 37.4 43.7 2.3
ถั่วลิสง 49.1 57.1 6.2
สตรอเบอร์รี่ 2.1 2.4 6.8
ปลาแมคเคอเรล 139.3 171.5 7.28
ปลาแปรรูป; ลูกชิ้นปลา 67.6 80.7 7.72
หมูยอ 113 137.8 7.9
ปลาหมึกยักษ์ 137.3 159.7 8.69
ปลาหมึก, ปลาหมึกหอก 160.5 190.0 9.37
ทูน่ากระป๋อง 116.9 142.9 10.09
ไส้กรอกแฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ 49.8 60.5 10.6
เรนโบว์ปลาเทราต์ 180.9 216.8 10.8
หอย หอยแมลงภู่ หอยเชล 145.5 171.5 11.1
แซลมอน 119.3 146.2 11.5
แกะ เนื้อแกะ 96.2 117.7 11.58
ปลาคาร์พ 103.2 126.1 11.75
เนื้อโคขุน 143.5 173.8 12.5
กุ้ง 273.2 321.1 12.56
ปีกไก่ 137.5 168.1 13.93
แซลมอน; กระป๋อง 132.9 159.7 14.0
อกไก่ 141.2 171.8 16.5
เบคอน 61.8 75.6 16.56
ตับไก่ 312.2 363.1 20.49
ตับวัว 219.8 255.5 22.73
ไอศกรีม 28.7
ชีส 32 34.0


  • [a] The Alkaline Diet: Is There Evidence That an Alkaline pH Diet Benefits Health?
    When it comes to the pH and net acid load in the human diet, there has been considerable change from the hunter gather civilization to the present.
    With the agricultural revolution (last 10,000 years) and even more recently
    with industrialization (last 200 years), there has been an decrease in potassium (K) compared to sodium (Na) and an increase in chloride compared to bicarbonate found in
    the diet.
    The ratio of potassium to sodium has reversed, K/Na pre-viously was 10 to 1 whereas the modern diet has a ratio of 1 to 3.
    It is generally accepted that agricultural humans today have a diet poor in magnesium and potassium as well as fiber and rich in saturated fat, simple sugars, sodium, and chloride as compared to the pre-agricultural period.
    This results in a diet that may induce metabolic acidosis which is mismatched to the genetically determined nutritional requirements.
    With aging, there is a gradual loss of renal acid-base regulatory function and a resultant increase in diet-induced metabolic acidosis while on the modern diet.
    A low-carbohydrate high-protein diet with its increased acid load results in very
    little change in blood chemistry, and pH, but results in many changes in urinary chemistry.
    Urinary magnesium levels, urinary citrate and pH are decreased, urinary calcium,
    undissociated uric acid, and phosphate are in-creased.
    All of these result in an increased risk for kidney stones.
    Gerry K. Schwalfenberg; University of Alberta, Suite No. 301, 9509-156 Street, Edmonton, AB, Canada T5P 4J5


  • [β] Nutrient Intake Is Associated with Longevity
    Characterization by Metabolites and Element Profiles of Healthy Centenarians

    Abstract:
    .... Seven characteristic components closely related to the centenarians were identified, including acetic acid, total SCFA, Mn, Co, propionic acid, butyric acid and valeric acid.
    Their concentrations were significantly higher in the centenarians group (p < 0.05).
    Additionally, the dietary fiber intake was positively associated with butyric acid contents in feces (r = 0.896, p < 0.01), and negatively associated with phenol in urine (r = −0.326, p < 0.01).
    The results suggest that the specific metabolic pattern of centenarians may have an important and positive influence on the formation of the longevity phenomenon.
    Conclusions
    The results indicated that the unique metabolic pattern of the LRC (100 years plus) group may have an important and positive influence on the formation of the longevity phenomenon.
    • Elevated dietary fiber intake should be a path toward health and longevity.
    PMID: 27657115 PMCID: PMC5037549 DOI: 10.3390/nu8090564


  • [γ] Purine-rich foods, protein intake, and the prevalence of hyperuricemia: The Shanghai Men’s Health Study
    In this study of 3,978 middle-aged men living in Shanghai, we found that intake of protein from animal sources and seafood was associated with higher prevalence of hyperuricemia, while soy products appeared to decrease hyperuricemia risk.
    The associations of animal protein intake and plant protein intake with hyperuricemia were not independent of each other.
    Protein from animal sources was significantly associated with prevalence of hyperuricemia.
    PMCID: PMC3150417 NIHMSID: NIHMS269905 PMID: 21277179

  • [Δ] Dietary acid load: Mechanisms and evidence of its health repercussions.
    Currently, chronic noncommunicable diseases (CNDs) represent a public health problem, accounting for 70% of deaths in developing countries.
    • The main CNDs are cardiovascular disease, cancer, chronic respiratory diseases and diabetes.
    Historically, an association has been reported between the feeding pattern and the development or progression of metabolic disorders and CNDs.
    In recent years one aspect that has received attention is the impact of the micronutrient profile on the maintenance of acid / base equilibrium, describing the deleterious impact of metabolic acidosis (MA) on health status.
    The objective of the present review is to analyze the available evidence of the dietary acid load in different clinical conditions.
    Conclusions
    According to the literature, the type of diet can profoundly affect the organism by providing acid precursors or bases.
    Diets with high acid load produces changes in the acid base balance.
    There is an association between low-grade metabolic acidosis with the development of chronic noncommunicable diseases.
    The implementation of strategies aiming to reduce the acid load of the diet through nutritional interventions may have a positive impact on health
    PMID: 30737117 DOI: 10.1016/j.nefro.2018.10.005

  • [ε] A Vegan Diet Is Associated with a Significant Reduction in Dietary Acid Load: Post Hoc Analysis of a Randomized Controlled Trial in Healthy Individuals

    • Our results confirm the hypothesis that a short-term (isocaloric) vegan dietary intervention effectively reduces DAL (Daily Acid Load) in healthy individuals, whereas a meat-rich diet increases it.

    Our results are consistent with the majority of intervention studies investigating the DAL-lowering effects of various plant-based diet patterns.
    In a recently published trial, Kahleova et al. randomized 244 overweight adults to either an ad libitum low-fat vegan diet (LFVD) or a control diet.
    The LFVD predominantly included grains, legumes, vegetables and fruits and was characterized by a targeted macronutrient distribution of ~75% of energy from carbohydrates, 15% protein and 10% fat.
    The control group was requested to avoid any dietary modifications.
    After 16 weeks, median PRAL and NEAPF scores fell significantly in the vegan intervention group (−24.3 (−28 to −20.5) mEq/day and −25.1 (−29.1 to −21.1) mEq/day, respectively).

    PMCID: PMC8507786 PMID: 34639299

  • [η] The Role of Omega-3 Fatty Acids in Reverse Cholesterol Transport: A Review
    The beneficial effects of omega-3 polyunsaturated fatty acids (n-3 PUFAs) on cardiovascular disease have been studied extensively. However, it remains unclear to what extent n-3 PUFAs may impact Reverse Cholesterol Transport (RCT). RCT describes a mechanism by which excess cholesterol from peripheral tissues is transported to the liver for hepatobiliary excretion, thereby inhibiting foam cell formation and the development of atherosclerosis.
    Based on current knowledge, we conclude that n-3 PUFAs may beneficially affect RCT, mainly by influencing high-density lipoprotein (HDL) remodeling and by promoting hepatobiliary sterol excretion.
    Conclusions
    * n-3 PUFAs have a positive impact on atherosclerosis and CVD, a major concern of today’s health care systems. It is important to emphasize that the positive effects of n-3 PUFAs on CVD are thought to be mediated by diverse mechanisms, including the alteration of physical and chemical properties of cellular membranes, direct interaction with, and modulation of, membrane channels and proteins, regulation of gene expression via nuclear receptors and transcription factors, changes in eicosanoid profiles, and conversion of n-3 PUFAs to bioactive metabolites, which may promote ischemia-induced myocyte healing.
    PMID: 28984832 PMCID: PMC5691715 DOI: 10.3390/nu9101099



  • [θ] Effect of a moderate fat diet with and without avocados on lipoprotein particle number, size and subclasses in overweight and obese adults: a randomized, controlled trial.
    BACKGROUND:
    Avocados are a nutrient-dense source of monounsaturated fatty acids (MUFA) that can be used to replace saturated fatty acids (SFA) in a diet to lower low density lipoprotein cholesterol (LDL-C).
    CONCLUSIONS: Inclusion of one avocado per day as part of a moderate-fat, cholesterol-lowering diet has additional LDL-C, LDL-P, and non-HDL-C lowering effects, especially for small, dense LDL. Our results demonstrate that avocados have beneficial effects on cardio-metabolic risk factors that extend beyond their heart-healthy fatty acid profile.
    J Am Heart Assoc. 2015 Jan 7 ;4(1):e001355. Epub 2015 Jan 7. PMID: 25567051


  • [ι] Plant-based foods and prevention of cardiovascular disease: an overview
    Evidence from prospective cohort studies indicates that a high consumption of plant-based foods such as fruit and vegetables, nuts, and whole grains is associated with a significantly lower risk of coronary artery disease and stroke.
    Conclusion:
    In conclusion, substantial evidence indicates that plant-based diets including whole grains as the main form of carbohydrate, unsaturated fats as the predominate form of dietary fat, an abundance of fruit and vegetables, and adequate n−3 fatty acids can play an important role in preventing Cardio Vascular Disease.
    Such diets—which have other health benefits, including the prevention of other chronic diseases—deserve more emphasis in dietary recommendations.
    PMID: 12936948 DOI: 10.1093/ajcn/78.3.544S


  • [κ] Diet-Induced Low-Grade Metabolic Acidosis and Clinical Outcomes: A Review
    Abstract
    Low-grade metabolic acidosis is a condition characterized by a slight decrease in blood pH, within the range considered normal, and feeding is one of the main factors that may influence the occurrence of such a condition.
    The excessive consumption of acid precursor foods (sources of phosphorus and proteins), to the detriment of those precursors of bases (sources of potassium, calcium, and magnesium), leads to acid-base balance volubility.
    If this condition occurs in a prolonged, chronic way, low-grade metabolic acidosis can become significant and predispose to metabolic imbalances such as kidney stone formation, increased bone resorption, reduced bone mineral density, and the loss of muscle mass, as well as the increased risk of chronic diseases such as type 2 diabetes mellitus, hypertension, and non-alcoholic hepatic steatosis.
    Conclusions:
    The excessive release of acids into the bloodstream may predispose to various metabolic imbalances, such as increased mineral excretion, insulin resistance, and the stimulation of glucocorticoid hormone release.
    Such imbalances are associated with an increased risk of non-comunicable diseases. Taking into account the acidifying potential of the western food standard of the vast majority of countries and the increase in the incidence of chronic diseases worldwide, it is necessary to encourage public policies that stimulate the intake of fruits and vegetables in the course of life, so that there is no volubility in the acid-base balance and the risk of chronic diseases is attenuated.
    Nutrients 2017, 9(6), 538; https://doi.org/10.3390/nu9060538
Hуgιєια; Goddess of Health!
It's incumbent upon every individual to take responsibility for their own health!
Real Healthcare is where the underlying causes are addressed.
The Body can heal itself, but only if given the right conditions!
Post Reply